บทที่ ๑

posted on 21 Nov 2008 12:56 by deknoi
ในกาลครั้งหนึ่ง มีเจ้าหนอนแก้วตัวน้อยน้อย โผล่ออกมาจากไข่ที่อาศัยเป็นบ้านกำบังกาย "สวัสดีจ้ะ โลก มันช่างสว่างไสว สดใสดีจัง!" "หิวจังเลย!" เจ้าหนอนแก้วน้อยรำพึง จากนั้น แก้วก็เริ่มกิน กินใบไม้ใบแรกที่เคยอาศัยเป็นเรือนเกิด แก้วตั้งหน้าตั้งตากิน.. กินต่อไป... กิน.. กิน.... ร่างกายก็เติบโตใหญ่ขึ้น...โตขึ้น...โตขึ้น...โตขึ้น ... จนวันหนึ่ง แก้วหยุดกิน และเริ่มคิด "ชีวิตน่าจะมีความหมายมากกว่าการกิน และเติบโตเช่นนี้" "ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน !" แก้วจึงค่อย ๆ ไต่ คืบคลานลงจากต้นไม้ เจ้าเพือนยาก ที่อาศัยเป็นทั้งร่มเงาและครัวเรือน เพือ.... เสาะแสวงหาสิ่งที่มีความหมายมากกว่าน้ แก้วตื่นตา ตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบได้เห้น เจ้าแมลงตัวกระจ้อย พื้นดิน พื้นหญ้าเขียวสด ขยะ และบ้านของแมลงอีกมากมาย ทว่า...แก้วยังไม่พอใจกับสิ่งที่ได้พบ แก้วดีใจ และตื่นเต้นที่ได้พบเพื่อนหนอนตัวอื่นๆ แต่... เพื่อน ๆ มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตากิน กิน กิน ไม่ยอมสุงสิงกับใครอื่น เหมือนที่แก้วเคยเป้นนั่นเอง "จริงๆ แล้ว พวกเขาคงไม่รู้จักชีวิตมากกว่า ที่ฉันรู้เช่นกัน" แก้วถอนใจ และแล้ววันหนึ่ง แก้วสังเกตเห็น หนอนมากมายหลายตัว คืบคลาน อย่างขะมักเม้น แก้วพยายามเขม้นมองหา จุดหมายปลายทางของหนอนเหล่านั้น แก้วมองเห้นอะไรบางสิ่ง คล้ายเสาสูงละลิ่วเสียดฟ้า แก้วจึงเริ่มเดินทางไปกับเหล่าหนอน และแล้วสิ่งนั้นก็ประจักษ์ชัดแก่สายตา.... สิ่งนั้นอาจเรียกว่าภูเขาหนอน ...หนอนมากมายปีนป่าย กองก่าย พาดพันกัน ทั้งดิ้น ทั้งดึง ทั้งดัน เบียดเสียด ยื้อแย่ง ...เพียงเพราะเพื่อจะไต่เต้าไปสู่จุดยอดสุด จุดยอดที่ไม่ปรากฎแก่สายตา ที่เสียดแทงหายลับเข้าไปในกลีบเมฆ ที่ซึ่งแก้วไม่อาจหยั่งรู้ได้ สิ่งเร้าอันใหม่นี้ กระตุ้นแก้วให้มีชีวิตชีวา "คราวนี้กระมัง ที่ฉันจะพบคำตอบที่เสาแสวงหา?" แก้วละล่ำระลักถามเพือนหนอนตัวหนี่ง "เพือน ! เกิดอะไรขึ้น?" "นี่นาย กันเพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้" หนอนตัวนั้นเอ๋ย "ต่างก็เร่งรีบ ไม่ม่เวลาอธิบายอะรให้นายด้วย เห็นมั้ย ? ใคร ต่างก็รีบปีนขึ้นไปให้ถึงยอดนั้น " "มีอะไรอยู่บนนั้นหรือ เพือน?" "นายเอ๋ย! ""ไม่มีใครรู้หรอก แต่กันว่า ส่งนั้นมันคงดี ไม่เช่นนั้น คงไม่มีใครอยากขึ้นไป เอาล่ะ! กันต้องรีบไปก่อนน่ะ" เจ้าหนอนตัวนั้น ผละจากแก้ว หายเข้าไปภูเขาหนอน มีพลังบางอย่างเกิดขึ้นในใจแก้ว .... ไม่มีเวลามานั่งขบคิดอีกแล้ว แต่ละวินาทีผ่านไป หนอนตัวแล้วตัวเล่าเคลื่อนผ่านเป้นทิวแถว เข้าไปสู่ภูเขาหนอน "นี่เป้นหนทางเดียวที่จะต้องทำ" แก้วตัดสินใจ... ...แล้วเบียดเสียด แทรกกายเข้าไป จนถูกกลืนหายไป ในหมู๋หนอนยั่วเยี้ย

เส้นทางแห่งความหมาย

posted on 20 Nov 2008 12:46 by deknoi
เส้นทางแห่งความหมายหลายคนคงเคยอ่าน วรรณกรรม ดีๆ เล่มนี้ และยังคงตรึงตราให้ห้วงความทรงจำ ต่อไปนี้เป็นการคัดลอกมานำเสนอ สั้นๆ จากผู้แปล ด้วยข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า ความดีงาม อยู่ในตัวเอง และปรารถนาสร้างความดีงามให้ปรากฎแก่มวลมนุษย์และสังคม การบรรลุถึงความดีงามได้นั้น มนุษย์จะต้องรู้จัก หรือทำความเข้าใจตัวเองเสียก่อน หมายถึง การพิจารณาสิ่งถูกสิ่งผิดขึ้นภายในตัวเอง การรู้จักพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และกล้าหาญที่จะยอมรับความเป็นจริงเช่นนี้โดยผ่านตัวหนังสือ "เส้นทางแห่งความหมาย" การสื่อสารนั้นข้าพเจ้า เลือกความเรียบและง่าย ด้วยความตั้งใจให้เหมือนกับว่าข้าพเจ้า และผู้อ่าน กำลังนั่งพูดคุยกันฉันท์เพื่อนมากกว่า หากการสื่อสารครั้งนี้ได้ช่วยให้ผู้อ่านได้หยุด และหันกลับมาทบทวนตัวเอง ข้าพเจ้ารู้สึกยินดี และขอยกย่องในคุณค่าที่ท่านจะมอบให้กับตัวเอง ปิยะลักษณ์ ภมรสิงห์

ณ วันนี้

posted on 09 Nov 2008 00:08 by deknoi
ณ : 8 พ.ย. 2551 ฉันอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่าเมื่อวาน ฉันไม่ต้องการให้ความผิด พลาดในอดีตมาทำให้อนาคตต้องด่างพร้อย เราควรจะให้ความสนใจกับอนาคต เพราะอนาคตคือสิ่งที่ทำให้ เราตระหนักถึงชีวิตของเราเสมอ อดีตผ่านไปแล้ว และยังคงหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น เราไม่สามารถ เปลี่ยนอะไรได้ อนาคตอยู่ข้างหน้าและยังคงเคลื่อนไหวทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เราทำในวันนี้จะส่งผลกระทบถึงอนาคต เพืยงแค่เรารับ รู้ถึงการมีอยู่ของมัน ทุก ๆ วันมันจะนำพรมแดนใหม่ ๆ มาสู่เรา เสมอ ทั้งในชีวิตครอบครัว ในชีวิตการงาน เราเพิ่งอยู่ในขั้นตอน เริ่มต้นสำหรับทุ่งหญ้าแห่งความพยายามของมนุษย์เท่านั้น ......................................... "เพียงแค่เรารับรู้ถึงการมีอยู่ของอนาคต" และ "เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"

เพื่อนกับแฟน

posted on 03 Nov 2008 09:47 by deknoi
ห่างหายไปนานเหมือนกัน กว่าจะกลับมา ที่หายๆไป เพราะ ไม่เรื่องอะไรจะเขียน แต่ยังติดตามบล็อกของผู้อื่นอยู่บ้าง วันนี้ ได้เรื่องนึงมา บอกกล่าวกัน เป็นเรื่องนึงจากหนังสือ กบเหลาดินสอ เห็นว่าน่าสนใจดี ระหว่าง 1. เพื่อนสนิท 2.แฟน (พูดกว้างๆ ไม่ได้ปรึกษาปัญหาหัวใจค่ะ) ถ้าเลือกได้จะเลือกใคร ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อไปถามคำถามที่กล่าวมากับเพื่อน ที่ยังไม่มีแฟน เพื่อนที่ยังไม่มีแฟน เพื่อนคนนั้นตอบว่าเลือกแฟน ทั้งๆที่เพื่อน คนนี้ก็สนิทพอสมควร อยากทราบว่า ทำไมเมื่อคนเรามีแฟนแล้ว ความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนต้องห่างเหินกันด้วย คุณลองคิดดูน่ะ กว่า จะมาเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน มันนานขนาดไหน ฉันว่ายังไง ๆ คำว่า เพื่อนก็ยังคงอยู่ แต่คำว่า แฟนนี่สิ คำว่า "เลิกกัน"ยังมาเยือนได้เสมอ ไม่ยั่งยืน แล้วทำไมบางคนยังให้ความสำคัญกับแฟนมากกว่า "เพื่อนกับแฟนจะเลือกใคร" ประโยคข้างบนนี้เป็นประโยคคำถามที่ผิดไวยกรณ์แห่งชีวิตเลยทีเดียว "ทำไมต้องเลือก" คงต้องถามกลับ ของมันเลือกไม่ได้ ความรักของคนรักกับความรักของเพื่อนมันเหมือนกันที่ไหน แล้วทำไมเราต้องบังคับให้ตัวเองเลือกด้วย เพราะใน ความเป็นจริง ตำแหน่งของ เพื่อน แฟน แม่ พ่อ พี่ ป้า ฯลฯ มันเป็นตำแหน่งคนละตำแหน่งกัน มนุษย์เราอยู่ในสังคม มันก็ต้องมีญาติ สนิทมิตรสหายหลายตำแหน่งอย่างนี้ จะไปตั้งโจทย์ ให้เลือกคนสนิทเพียงตำแหน่งเดียวทำไมกัน ความสัมพันธ์ของคนรักไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของเพื่อน และญาติหรอก เอาตัวอย่างง่าย ๆ คุณมีลุงหลายคน มีเพื่อนหลาย คนได้ แต่คุณมีแฟนหลายคนไม่ได้น่ะค่ะ

แก้นิสัยเสีย

posted on 24 Sep 2008 21:04 by deknoi

ใครมีวีธีดีๆ ที่จะแนะนำให้คนที่ค่อนไปทางขี้เกียจอย่างฉันขยันขึ้นบ้างไหมค่ะ ฉันมีความฝันจะทำนู่

ทำนี่หลายอย่างเลยค่ะ พวกงานขีด งานเขียนอะไรพวกนี้แหละค่ะรวมถึงงานอ่านหนังสือด้วยซึ่ง

เป็นงานหลักในช่วงเวลานี้เลยทีเดียว แต่ทำยังก็ไม่เคยสำเร็จเสียที บางทีเริ่มไปหน่อยก็ขี้เกียจทำ

ต่อแล้ว เพื่อนๆ มันชอบล้อฉ้นเล่นว่านักฝันรายวัน คือเอาแต่ฝัน ไม่ยอมลงมือซะที

หาวิธีแก้ให้หน่อยค่ะ เจ้าตัวขี้เกียจตัวนี้